ตลาดหัวรอ.. ตลาดโบราณ 200 กว่าปี

ช่วงนี้กระแส ตลาดน้ำ ตลาดโบราณ ฮิตเหลือเกิน ทั้งในอยุธยาบ้านเรา หรือจังหวัดอื่นๆ เช่น ตลาดสามชุก 100 ปีหรืออย่างที่หัวหิน ถึงกับสร้างตลาดโบราณขึ้นมากันเลยทีเดียว ซึ่งกำลังฮิตมาก อย่าง “เพลินวาน” แต่จะสู้เดินตลาดโบราณแท้ๆได้อย่างไร บ้านเรามีของดี “ตลาดหัวรอ 200 กว่าปี” นั่นเอง

หลายคนอาจเคยสงสัยว่า “หัวรอ” คืออะไร เฉลยง่ายๆ ก็คือ ทำนบที่สร้างขึ้นสำหรับเบี่ยงเบนกระแสน้ำในแม่น้ำ จึงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ทำนบรอ”

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีทำนบรออยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะเมือง ซึ่งมีลำน้ำสายใหญ่อย่างน้อยๆ 2 สาย ไหลมาบรรจบกัน คือ แม่น้ำลพบุรี กับแม่น้ำป่าสัก สายหนึ่งไหลวกไปเป็นคลองเมืองทางด้านเหนือ ส่วนอีกสาย ไหลตรงลงมาเมืองคลองเมืองด้านตะวันออก อย่างไรก็ตาม กระแสน้ำมักไหลมาทางตะวันออกมากกว่าทางเหนือ ดังนั้น ทางการจึงต้องสร้างทำนบเพื่อชะลอกระแสน้ำให้ไหลไปทั้ง 2 ทางพร้อมๆ กัน

ทำนบดังกล่าว นอกจากจะมีประโยชน์ในเรื่องกระแสน้ำแล้ว ยังสามารถใช้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำอีกด้วย เพราะฉะนั้นบริเวณดังกล่าวจึงกลายเป็น “ตลาด” ขนาดใหญ่ ที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างคึกคัก เพราะเป็นจุดที่เกวียนบรรทุกสินค้าต่างเมืองสามารถข้ามฝั่งเข้ามายังเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาได้

ปัจจุบัน “ตลาดหัวรอ” อยู่ในความดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่มุ่งมั่นรักษาและส่งเสริมให้เป็นตลาดท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่ผู้มาเยือนสามารถเรียนรู้และสัมผัสได้ถึงวิถีชีวิตการกิน การอยู่ดั้งเดิมของชาวชุมชนตลาดหัวรอผู้คน คนเฒ่า คนแก่ที่นี่อัธยาศัยดีน่ารักมาก และที่มีนานาสารพันของดีของอร่อยขึ้นชื่อทั้งอาหารสด อาหารแห้ง และเพื่อความเป็นสิริมงคลเมื่อได้มีโอกาสเดินทางมาที่ตลาดหัวรอก็สามารถเดินต่อไปบริเวณท้ายตลาดเพื่อสักการะ “ศาลเจ้าแม่ต้นจัน” ซึ่งเป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวชุมชนตลาดหัวรอแห่งนี้
มาเที่ยวตลาดหัวรอทั้งทีที่นี่มีทุกอย่าง ของกิน ของใช้นานาชนิด ร้านเสริมสวย ร้านขายเสื้อผ้า ที่นอน ของที่สมัยพ่อ แม่ หรือเราใช้กันตอนเด็กๆ ที่นี่ยังมีขาย ร้านตัดผม ร้านตัดเสื้อ ร้านค้าโชว์ห่วย บรรยายกาศแบบหนังเรื่องแฟนฉันที่นี่มีครบ พูดได้ว่ามาที่นี่ได้ทุกอย่างแน่นอน ตลาดหัวรอเปิดขายตั้งแต่เช้าจนถึงราว 4 โมงเย็นร้านค้าต่างๆจึงค่อยๆทยอยปิด ที่นี่เป็นตลาดเก่าแก่ที่ยังมีชีวิต ชีวาอยู่ค่ะ ไม่ใช่ตลาดเพื่อการท่องเที่ยว ร้านค้าแต่ละร้านเปิดมาไม่ต่ำกว่า 40 ปี อาจจะมากกว่าอายุของท่านผู้อ่านเรารักอยุธยาหลายท่านอีกเสียด้วย

หากใครหิวเดินเข้าไปจนสุดซอย ก็เจอแหล่งรวมก๋วยเตี๋ยวไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ หมูสะเต๊ะ ไอศกรีมกะทิ ชา กาแฟ หมูหยอง หมูแผ่น ฯ เลือกชิมได้ตามอัธยาศัย หรือใครที่อยากนั่งเรือเที่ยวเพื่อไหว้พระก็มีเรือรับจ้างไว้คอยบริการอัตราค่าบริการก็สอบถามกันเองที่พี่ต้อยได้นะค่ะ เดินลัดเลาะออกมาถึงหน้าตลาดฝั่งติดกับธนาคารกรุงไทย ก็จะเจอรถเข็นขายไก่ย่างอร่อยเจ้าเก่าดั้งเดิมอยู่คู่ตลาดหัวรอมานาน มาขายประมาณ 11 โมงค่ะ ติดกันมีเครื่องดื่มคลายร้อน น้ำใบบัวบก และน้ำจับเลี้ยง ใส่น้ำแข็งเย็นชื่นใจจริงๆ ถัดมามีไอติมกะทิอร่อยมากค่ะ ยังมีแผงขายกล้วยใกล้กับใกล้ซุ้มขายหนังสือ เป็นกล้วยที่มาจากสวนของชาวบ้านแถวสวนนกอยุธยาเรานี่เองขายมานานกว่า 40 ปีแล้วค่ะ ฝั่งตรงข้ามตลาดก็จะมีร้านเก่าเยอะแยะร้านโชว์ห่วย ร้านขายของสังฆภัณฑ์ สะดุดตาที่สุด อยู่ข้าง 7-11 ก็ร้านที่มีขายนาฬิกา เครื่องเสียงวางอยู่เต็มร้าน “ร้านวิทยุกังวาฬ” นั่นเอง ร้านนี้ไม่ได้ขายวิทยุ อย่างเดียวค่ะ มีปากกา นาฬิกา ทั้งใหม่และเก่าค่ะ คุณลุงเจ้าของร้าน บอกว่าของเก่าที่นี่เป็นแบบ ONU นะ งงไปเลย มันแปลว่า old never used คือ เก่าแบบไม่เคยใช้ นั่นเองคุณลุงเฉลย ส่วนซื้อไปแล้วจะใช้ได้หรือเปล่านั้น ต้องลุ้นเอาเองค่ะ บางทีมันก็เก่าทำงานไม่ไหวแล้ว ส่วนราคาซื้อขายนั้น ขายกันแบบ “ ฉากหนัง” งง รอบ 2 เราก็คิดว่าเค้าเอาไปเข้าฉากแสดงหนังนะค่ะ จนลุงต้องเฉลยว่า เช่น เวลาไปซื้อ คนซื้อต้องถามคนขายว่าจะขอซื้ออันนี้ ราคา 8,000 บาท ขายได้มั้ย คนขายอาจจะบอกว่า 8,500 ละกัน ถ้าพอใจกัน ทั้ง 2 ฝ่ายก็ซื้อขายกันไป แถมบรรยายกาศในร้านก็คงความโบราณไว้ทั้งหมดเลยค่ะ แหม ได้บรรยายกาศจริงๆ สำหรับท่านผู้อ่านที่เคยได้ผ่านไป และยังไม่เคยเข้าไป หรือไปนานแล้ว ก็อยากจะเชิญชวนเข้าไปอุดหนุน และชมความน่ารักของผู้คนที่อยู่ในตลาดกันนะค่ะ